ที่ปรึกษา : 0999166657 (ทนายโอ )

ภริยาเช่าซื้อรถยนต์และถูกบังคับคดีสามีต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่?





คำถาม    :  ภริยาของผม(จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย)  ไปทำสัญญาเช่าซื้อรถยนตร์ให้ลูกแต่ผมไม่ทราบเรื่อง  ต่อมาจึงทราบเรื่องเมื่อมีหมายบังคับคดีส่งมาที่บ้าน  แบบนี้ผมต้องร่วมรับผิดด้วยหรือไม่ครับ  ผมสามารถขอกันส่วนในทรัพย์สินที่เป็นของผมเพื่อไม่ให้ศาลบังคับเอาขายทอดตลาดได้ไหมครับ ???

คำตอบ   : กรณีที่สามี ภริยาจะต้องร่วมรับผิดนั้นต้องเป็นกรณีที่ กฎหมายให้ถือว่าเป็น "หนี้ร่วม" ซึ่งตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490 ได้กำหนดลักษณะหนี้ดังกล่าวไว้ 4 ลักษณะที่แม้คู่สมรสจะไม่ได้ก่อหนี้แต่ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน คือ
            " หนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่สามีหรือภริยาก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรส ดังต่อไปนี้
      (1) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ
      (2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส
      (3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน
      (4) หนี้ที่สามีหรือภริยาก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียวแต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน "

          ดังนั้นข้อเท็จจริงเห็นได้ว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อดังกล่าวได้มาระหว่างสมรส ถือว่าเป็นสินสมรส ตาม ป.พ.พ ม.1474 เมื่อเป็นสินสมรสแล้วหนี้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้อันเกี่ยวข้องกับสินสมรส ตาม ป.พ.พ ม.1490 (2) ต้องรับผิดชอบร่วมกัน แม้คู่สมรสจะไม่ได้เป็นผู้ก่อหนี้นั้นก็ตาม

        ในส่วนของการบังคับคดีตามหลักแล้ว  หากเป็นเป็นหนี้ร่วมจะยึดสินส่วนตัวก่อนหรือสินสมรสก่อนก็ได้  และการยึดสินส่วนตัวจะยึดสินส่วนตัวของฝ่ายใดก็ได้ แต่หากข้อเท็จจริงปรากฎว่าไม่ได้ฟ้องคู่สมรสเข้ามาด้วยจะไปยึดสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่ยังไม่ถูกฟ้องนั้นไม่สามารถทำได้  เพราะคำพิพากษาไม่ผูกพันคู่สมรสที่ไม่ได้ถูกฟ้องคดีด้วย

        ส่วนกรณีที่จะร้องขอกันส่วนได้นั้นต้องปรากฎข้อเท็จริงก่อนว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ส่วนตัวไม่ใช้หนี้ร่วมที่สามีภริยาต้องร่วมกันรับผิดชอบ  ซึ่งถ้าเป็นหนี้ส่วนตัวที่ได้ก่อขึ้นก่อนหรือระหว่างสมรสก็ตามเจ้าหนี้จะต้องบังคับหนี้เอากับสินส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายที่ก่อหนี้ก่อน ถ้าไม่พอถึงจะไปบังคับเอากับทรัพย์สินที่เป็นสินสมรส  โดยในส่วนของสินสมรสนั้นคู่สมรสที่ไม่ได้ก่อหนี้ก็มีสิทธิร้องขอกันส่วนของตนครึ่งหนึ่งจากทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสได้


คำพิพากษาฎีกาย่อ 1596/2554  
         ผู้ร้องซื้อรถยนต์คันพิพาทในระหว่างที่เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย โดยผู้ร้องรวบรวมเงินมาซื้อโดยได้นำเงินบางส่วนที่ผู้ร้องเก็บสะสมมาตั้งแต่ก่อนจดทะเบียนสมรสกับจำเลย และอีกส่วนหนึ่งเป็นเงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์โดยเงินกู้ที่ได้มาเป็นเงินที่ผู้ร้องได้มาในระหว่างเป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายกับจำเลย ย่อมถือเป็นสินสมรสตาม ป.พ.พ. มาตรา 1474 หาใช่เป็นเงินที่ได้มาจากการเปลี่ยนสินส่วนตัวของผู้ร้องมาเป็นสินสมรสดังเช่นที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง เมื่อรถยนต์คันพิพาทเป็นสินสมรส จำเลยจึงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมด้วย และตามคำร้องของผู้ร้องเป็นการร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่โจทก์นำยึดคืนแก่ผู้ร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 288 ดังนี้ คดีจึงมีประเด็นวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า ทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เป็นของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือไม่ เมื่อจำเลยมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมในรถยนต์คันพิพาทนั้นด้วย ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด



: 2018-07-29

ให้คำปรึกษาเบื้องต้น ก่อนชั้นศาล
ประสานงานรับเรื่องโทร 
ที่ปรึกษาโอ 0999166657 
ฝ่ายประสานงาน 0806184490
ฝ่ายประสานงาน 0837377040 ประจำสำนักงาน
ไลน์ไอดี Lawyer0007
รับปรึกษาปัญหาข้อกฎหมายและรับทำคดีทั่วราชอาณาจักร
THTWORLD . Copyright © by ทนายไทย.com
 All rights Reserved. stats : 74712